น้องปาน เลี้ยงดูพ่อพิการ นานกว่า5 ปี

“น้องปาน” เด็กหญิงบุรีรัมย์ “ยอดกตัญญู”-เลี้ยงดูพ่อพิการตามลำพังมานานกว่า 5 ปี

 
บุรีรัมย์ – เปิดชีวิต “น้องปาน” เด็กหญิงบุรีรัมย์ยอดกตัญญู วัย 11 ขวบ เลี้ยงดูพ่อพิการเป็นอัมพาตตามลำพังมานานกว่า 5 ปี อาศัยส่วนแบ่งอาหารกลางวันโรงเรียนประทังชีวิตไปวันๆ เผย วันพ่อแห่งชาติปีนี้ ไม่อยากได้อะไร เพียงอยากให้พ่อหายจากอาการป่วยอัมพาต ได้ใช้ชีวิตมีความสุขเหมือนครอบครัวอื่น และขอให้ลูกๆ ทุกคนทำความดีตอบแทนบุญคุณพ่อ-แม่อย่างสม่ำเสมอ ด้านครูประจำชั้นวอนหน่วยงานภาครัฐ หรือ “ผู้ใจบุญ” เข้ามาช่วยเหลือหยิบยื่นความเอื้ออาทร ให้ “น้องปานและพ่อ” ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
       
       วันนี้ (5 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดบุรีรัมย์ ว่า ด.ญ.ณมล เทพโสภา หรือ “น้องปาน” วัย 11 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ( ป.5) โรงเรียนบ้านหนองปลิง ต.โคกสะอาด อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เป็นเด็กหญิงยอดกตัญญู เลี้ยงพ่อพิการเป็นอัมพาต หลังประสบอุบัติถูกรถชน ขณะไปทำงานรับจ้างเดินสายไฟฟ้าในอาคาร ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 10 ปีก่อน ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านชั้นเดียว ตั้งอยู่เลขที่ 154 ม.16 บ.หนองปลิง ต.โคกสะอาด ส่วนแม่หนีไปมีครอบครัวใหม่ไม่เคยกลับมาเหลียวแล
       
       ซ้ำร้ายตายายก็มาเสียชีวิตลง เมื่อ 5 ปีก่อน เธอต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูพ่อที่พิการแต่เพียงลำพัง เพราะพ่อไม่สามารถทำงานหาเงิน หรือช่วยเหลือตัวเองได้ อีกทั้งหูก็ฟังไม่ค่อยได้ยิน ซึ่งทุกวัน “น้องปาน” ต้องคอยดูแล หุงหาอาหาร เช็ดตัว ทำแผล และเอายาให้พ่อกินก่อนจะไปโรงเรียน
       
       พอช่วงพักเที่ยง “น้องปาน” ต้องนำอาหารกลางวันที่โรงเรียน มาให้พ่อกินที่บ้าน เธอต้องทำอย่างนี้ติดต่อกันมานานกว่า 5 ปี เมื่ออาหารและข้าวสารหมดน้องปาน จะไปขอเพื่อนบ้านที่เมตตาสงสาร เพื่อมาเลี้ยงพ่อและตนเองได้ประทังชีวิตอยู่รอดไปวันๆ บางครั้งต้องอดมื้อกินมื้อ แต่ “น้องปาน” ไม่เคยบ่น หรือแสดงความรู้สึกท้อเหนื่อยล้าให้พ่อเห็น จนครูที่โรงเรียนเมตตาสงสาร ให้ “น้องปาน” นำอาหารกลางวันที่ทางโรงเรียนทำให้เด็กนักเรียนรับประทาน กลับมาให้พ่อกินที่บ้าน ถึงแม้วันหยุดเสาร-อาทิตย์ “น้องปาน” ก็ไม่เคยได้ไปเล่นสนุกกับเพื่อนๆ เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ เพราะต้องทำงานบ้าน และคอยดูแลให้กำลังใจพ่อ
       
       นายกุศล ภูมั่ง ครูประจำชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านหนองปลิง ต.โคกสะอาด อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เล่าว่า ด.ญ.ณมล ถึงแม้จะมีปัญหาครอบครัว แต่มีความมุมานะ ขยัน ผลการเรียนดี และเป็นคนร่าเริงเข้ากับเพื่อนได้ดี ที่สำคัญเป็นเด็กกตัญญู จนเป็นที่รู้กันทั้งครูและชาวบ้าน ซึ่งด้วยความสงสารต่างหยิบยื่นแบ่งปันข้าวและอาหารให้
       
       แต่อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนไม่สามารถช่วยเหลือได้มากนัก ซึ่งไม่มีใครสามารถทราบชะตากรรมของน้องปานและพ่อได้ว่าในอนาคตจะดำเนินชีวิตไปในทิศทางใด จึงอยากวิงวอนขอให้หน่วยงานภาครัฐ หรือผู้ใจบุญ เข้ามาช่วยเหลือน้องปานและพ่อ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้
       
       “ทุกคนเฝ้าคอยแต่หวังว่า สักวันจะมีคนมาหยิบยื่นความเอื้ออาทรช่วยเหลือสองพ่อลูกให้พ้นบ่วงกรรมที่ประสบอยู่ไปได้” นายกุศล กล่าว
       
       ด้าน นายประสาท เทพโสภา อายุ 43 ปี พ่อน้องปาน เล่าด้วยความเศร้าสลด ว่า ตนและภรรยา อยู่กินด้วยกันมานานร่วม 20 ปีแล้ว แต่เมื่อปี 2540 ขณะที่ตนกับภรรยาไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ ตนได้ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนจนพิการเป็นอัมพาต ตั้งแต่ภรรยา ยังตั้งท้อง “น้องปาน”อยู่ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่พิการทำให้ไม่สามารถทำงาน หรือช่วยเหลือตัวเองได้ ภรรยาจึงพากลับมาอยู่บ้านที่ จ.บุรีรัมย์
       
       และหลังจากภรรยาคลอด “น้องปาน” ก็ได้กลับไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ ทิ้ง “น้องปาน” ให้อยู่กับตน และมีตา -ยายคอยช่วยเลี้ยงดู ต่อมาเมื่อปี 2546 ภรรยาก็ทิ้งไปมีสามีใหม่ และได้พาลูกคนชายตนโต ไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วย หลังจากนั้นไม่เคยกลับมาเหลียวแลตนกับ “น้องปาน” อีกเลยจนทุกวันนี้ ซ้ำร้ายหลังจากภรรยาทิ้งไป ตา-ยายก็เสียชีวิตภาระทั้งหมดจึงต้องตกอยู่กับ “น้องปาน” ที่ต้องมาคอยดูแลตนตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.1 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
       
       นายประสาท กล่าวต่อว่า ใน “วันพ่อแห่งชาติ” ปีนี้ตนไม่อยากได้อะไรมากไปกว่า อยากให้ลูกสาวได้รับการศึกษาและมีอนาคตที่ดีเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ และอยากให้ลูกเป็นคนดีของสังคม ซึ่งตนก็ภาคภูมิใจที่มีลูกสาวกตัญญู ดูแลตนมาตั้งแต่ยังเล็กอย่างไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย ลำพังตนคงไม่สามารถส่งเสียให้ลูกสาวได้เรียนเหมือนกับครอบครัวอื่นได้
       เพียงตั้งความหวังไว้ว่า หากมีหน่วยงาน หรือผู้ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ ก็อยากให้ช่วยส่งเสริมให้ตนมีอาชีพเลี้ยงตัวเองและลูกได้ ไม่อยากเป็นภาระให้กับลูกสาวและสังคม
       
       “สำหรับในวันพ่อปีนี้ขอให้ลูกๆ ทุกคนได้ทำความดีตอบแทนบุญคุณพ่อ-แม่ ผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแค่วันพ่อวันเดียวเท่านั้น”
       
       ส่วน ด.ญ.ณมล เทพโสภา หรือ “น้องปาน” วัย 11 ขวบ บอกว่า ถึงแม้ตนจะไม่มีโอกาสมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเหมือนกับครอบครัวอื่น แต่ก็พร้อมที่จะเผชิญกับชะตากรรม และขอดูแลพ่อให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากมีโอกาสได้เล่าเรียนอยากมีอาชีพรับราชการตำรวจ เพื่อจะได้ดูแลพ่อ และช่วยเหลือสังคม ส่วนในวันพ่อปีนี้ตนอยากให้พ่อหายจากอาการป่วยเป็นอัมพาตจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนกับครอบครัวอื่น
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า หากผู้ใจบุญหรือผู้มีจิตศรัทธาต้องการช่วยเหลือ และแบ่งปันความเมตตาให้กับน้องปาน สามารถบริจาคได้ที่ ชื่อบัญชี นายประสาท เทพโสภา หมายเลข 289-1-25547-6 บัญชีออมทรัพย์ ธนาคาร กรุงไทย สาขา บุรีรัมย์

ผู้จัดการ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็นที่ 3
..ขอเป็นกำลังใจให้นะหนูนะ...เเต่เกลียดคนบางคนที่บุรีรัมย์เท่านั้นเอง..ห้อย..ไง..
แจ้งลบ
โดยคุณ oi วันที่ 3 ก.ย. 2554 เวลา 9:07:46 น. [ IP : 118.172.100.140 ]

ความคิดเห็นที่ 2
ความกตัญญูเป็นสัญลักษณ์ของคนตี...ขอเป็นกำลังใจให้กับน้องที่เป็นคนดีที่สุดคนหนึ่ง ที่หายากในปัจจุบัน...
แจ้งลบ
โดยคุณ sbhukdee@ho***il.co* วันที่ 2 ธ.ค. 2553 เวลา 6:53:54 น. [ IP : 124.122.3.209 ]

ความคิดเห็นที่ 1
ทำดีไปเถอะหนู ถึงใครไม่รู้เราก็รู้เอง ก็เพราะความดีไง ถึงได้ออกมาแบบนี้
แจ้งลบ
โดยคุณ ดี วันที่ 17 ก.พ. 2553 เวลา 21:16:46 น. [ IP : 114.128.94.1 ]


ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ชื่อ / อีเมล์
Security Code กรอก Security Code
รายละเอียด   
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร