หน้าแรก / หนังสือพิมพ์ / สารบัญเว็บ / โปรแกรม / บอร์ด / ฟังเพลง / หวย / เกมส์ / งานราชการ / สร้างเว็บฟรี / ดูชื่อสกุล / ดูดวงเนื้อคู่
ดูดวง / ฟุตบอล / ของขลัง / มีเกมส์ / วาไรตี้ / คลิปวีดีโอ / รูปดารา / ข่าวบันเทิง / สาระเมล์ / ข่าวฟุตบอล / เว็บไทย / ฟรีเกมส์ / Sitemap



มูลนิธิเด็กตัวเล็ก

มูลนิธิเด็กตัวเล็ก
small kids foundation

 
ติดต่อ : มูลนิธิเด็กตัวเล็ก เลขที่ 117/10 หมู่ 7 กาญจนาภิเษก แขวงฉิมพล เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : 0-2884-4010
โทรสาร : 0-2884-4073

อีเมลล์ :
เว็บไซต์
: http://www.smallkidsfoundation.or.th

แนะนำมูลนิธิ :

มูลนิธิเด็กตัวเล็ก หรือ Small Kids Foundation (SKF) คือ ชื่อของหน่วยงานเอกชนที่ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 เมื่อท่านประธานมูลนิธิฯ , คุณสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา , ได้รับการตอบรับยืนยันการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิฯ อย่างสมบูรณ์จากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงมหาดไทยเฉกเช่นมูลนิธิฯอื่นๆทั่วไป
หากจะกล่าวถึงสาเหตุของการตัดสินใจจัดตั้งมูลนิธิเด็กตัวเล็กขึ้นมานั้น ก็ต้องเรียนชี้แจงว่าได้เกิดมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา (คุณตุ๊กตา) ในฐานะคณะกรรมการบริหารคนหนึ่งของ บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด ที่ต้องการจะสืบสานความตั้งใจของคุณพ่อคุณแม่ ด้วยเคยเห็นท่านบุพการีทั้งสองดำเนินกิจกรรมด้านการกุศลมาตั้งแต่ครั้งยังเด็กจนถึงวันนี้ก็ยังกระทำอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยกิจกรรมของครอบครัวที่กระทำด้านสาธารณกุศลก็มีอยู่หลายรูปแบบ เช่น การส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาในเด็กเล็ก , การบริจาคเครื่องมือแพทย์เพื่อรักษาผู้ป่วยอนาถา และ การช่วยพัฒนาอาชีพความเป็นอยู่ของชาวบ้านในชนบท เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปในท้องถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลในชนบท ด้วยเหตุนี้ มันจึงเป็นความฝันที่ค่อยๆถักทอขึ้นมาทีละเล็กละน้อย
ปี พ.ศ. 2543 คุณสุทธิรัตน์ได้เริ่มจับงานด้านสาธารณกุศลเป็นการส่วนตัวหลายอย่าง เพื่อเตรียมความพร้อมและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำงานด้านสาธารณกุศลให้มีความเข้าใจมากขึ้นเป็นเวลาถึง 3 ปี จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2546 ท่านจึงได้ตัดสินใจก่อตั้งมูลนิธิเด็กตัวเล็กนี้ขึ้นด้วยทุนทรัพย์ก้อนแรกของตนเองเป็นจำนวนเงิน 1 ล้าน บาท และเริ่มดำเนินการจัดหาอาสาสมัคร วางโครงงานทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งใจไว้อย่างโปร่งใสที่สุด คือ สร้างกิจกรรมให้เป็นแบบอย่างที่ดีเพื่อสนับสนุนและพัฒนาการศึกษาให้เด็กเล็กโดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลความเจริญให้มีความทัดเทียมกันในสังคม และ ปลูกฝังการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในเด็ก ตลอดจนสนับสนุนและเผยแพร่กิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน และ ต้องการเปิดโอกาสให้ทุกท่านในสังคมที่สนใจจะเป็นอีกหนึ่งแรงในการตอบแทนแผ่นดินบ้านเกิด และ อยากพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆในสังคมแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็สามารถสนับสนุนโครงการใดๆของมูลนิธิฯก็ได้ โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดการทำงานของมูลนิธิเด็กตัวเล็ก และ รายละเอียดของโครงการต่างๆได้ตลอดเวลา

วัตถุประสงค์ :

1. เพื่อสนับสนุนและสร้างกิจกรรมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กเล็กในถิ่นทุรกันดารที่ห่างไกลความเจริญ
2. ให้การศึกษาและแบบอย่างที่ดีแก่เด็กเป็นผู้มีความรู้ ความรักในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและศิลปวัฒนธรรม
3. ร่วมมือประสานงานกับบุคคล องค์กรการกุศล หน่วยงานรัฐและเอกชนซึ่งดำเนินการโดยมีวัตถุประสงค์คล้ายกัน

กิจกรรมมูลนิธิ :

โครงการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่เพิ่มเติมในพื้นที่ที่จำเป็น

เป็นโครงการช่วยเหลือโรงเรียนในบางพื้นที่ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการจัดสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติม หรือ ซ่อมแซม ปรับปรุง อาคารเดิมเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของชุมชน โดยทางมูลนิธิฯจะพิจารณาตามความเหมาะสม และ ความจำเป็นอย่างแท้จริงเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ได้พิจารณาดำเนินการแล้ว 2 โครงการ คือ

ท โรงเรียนวัดไม้ตราสมาชิการาม ต.ไม้ตรา อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา
เป็นโครงการที่ได้รับการติดต่อขออนุเคราะห์มาตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2547 ต่อมาทางมูลนิธิฯได้ส่งทีมเข้าไปสำรวจพื้นที่และหาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียดก็พบว่ามีปัจจัยเหมาะสมหลายประการที่เห็นควรช่วยเหลือ เช่น เป็นโรงเรียนเก่าแก่ของชุมชนไม้ตรา , ความร่วมมือสามัคคีกันในทุกด้านระหว่างคนในชุมชนเพื่อส่งเสริมการศึกษาให้บุตรหลานตนเอง , ความตั้งใจทำงานของครูอาจารย์ทุกท่านเพื่อการอุทิศตนเป็นครูที่ดี ,สภาพอาคารเรียนไม้หลังเก่าซึ่งมีอายุถึง 35 ปี มีสภาพทรุดโทรมอย่างหนักเป็นอันตรายต่อเด็กๆอย่างยิ่งโดยเฉพาะเด็กอนุบาล และด้วยจำนวนห้องเรียนที่ไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียนที่มีมากกว่า 200 คน เป็นต้น ทางมูลนิธิฯจึงตัดสินใจสนับสนุนการก่อสร้างทั้งหมดตามแบบอาคารสองชั้น สปช 105/29 เป็นเงิน 3,200,000.- บาท และใช้เวลาจัดหาทุน และ จัดหาผู้รับเหมาก่อสร้างอีก 1 ปี จึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2548 ถึง วันที่ 30 มกราคม 2549 เป็นระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 6 เดือน จึงแล้วเสร็จ และ ได้ทำพิธีส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ให้กับทางโรงเรียนไปแล้ว ในวันที่ 2 มีนาคม 2549 ที่ผ่านมา และ หวังว่าอาคารหลังนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อการขยายโอกาสทางการศึกษาของเยาวชนในชุมชนนั้นต่อไปอย่างยั่งยืน
ท โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสโมสรไลออนส์รัตนโกสินทร์ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่
เป็นโครงการที่ได้รับแจ้งขออนุเคราะห์ผ่านมาทางมูลนิธิโครงการหลวง เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2547 ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ในความดูแลของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 โดยเปิดการสอนสำหรับเด็กนักเรียนในระดับประถมศึกษา จำนวน 67 คน และ เด็กก่อนวัยเรียนเพื่อเตรียมความพร้อม จำนวน 53 คน มีที่ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยหอยบนไหล่เขาห่างไกลความเจริญมาก ทางเข้าเป็นทางลูกรังขรุขระ ต้องเดินทางโดยใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ รถจักรยานยนต์ หรือ เดินเท้า แต่ในช่วงฤดูฝนรถยนต์ไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวได้เลย ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯลงไปสำรวจแล้วพบว่าอาคารพักสำหรับเด็กก่อนวัยเรียนเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวมีขนาดเล็กมากไม่เพียงพอต่อจำนวนเด็กเล็ก และ ส่งผลต่อสุขลักษณะอนามัยที่ดีของเด็กเล็กอย่างมาก ภายในอาคารมีลักษณะเทพื้นด้วยซีเมนต์ ปูพื้นด้วยเสื่อน้ำมัน มีส่วนหนึ่งที่ยกพื้นขึ้นมาด้วยไม้กระดาน อีกทั้งต้องนั่งทำกิจกรรมกับพื้นปูน ไม่มีอุปกรณ์ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ สื่อ โต๊ะเก้าอี้ และ อุปกรณ์เครื่องนอนใดๆ โดยเฉพาะไม่มีห้องน้ำห้องส้วมที่เป็นสัดส่วนสำหรับเด็กเล็ก ทั้งนี้เพราะขาดงบประมาณที่จะจัดสรรมาให้ทันกับจำนวนเด็กที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี ซึ่งถือเป็นอุปสรรคในการขยายโอกาสทางการศึกษาของเยาวชน ทางมูลนิธิฯจึงได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือโดยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารศูนย์เด็กก่อนวัยเรียน 1 หลัง ขนาด 13 x 7.6 เมตร โดยเริ่มประสานงานลงพื้นที่เพื่อขออนุญาตก่อสร้าง ออกแบบอาคาร และ จัดหาผู้รับเหมาก่อสร้าง มาตั้งแต่ พ.ศ. 2547 จนถึงวันนี้สรุปเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ทั้งสิ้นประมาณ 450,000.- บาท และ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปีนี้หากสามารถรวบรวมเงินบริจาคได้เพียงพอ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ครบตามจำนวนที่ต้องการ

โครงการพู่กันสีเขียว

เป็นโครงการจัดกิจกรรมเปิดห้องเรียนธรรมชาติสำหรับเด็กอายุระหว่าง 7-12 ปี ร่วมกับกลุ่มคุณครู หรือ วิทยากรอาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญด้านศิลปะแขนงการวาดภาพ เพื่อชักจูงและปลูกฝังให้เยาวชนรู้สึกรักในธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อมโดยผ่านลายเส้นของการวาดภาพตามจินตนาการของเด็กๆ ซึ่งเป็นกิจกรรมใน 2 ลักษณะ คือ นำเด็กๆออกค่ายนอกสถานที่ หรือ นำกลุ่มครูหรือวิทยากรอาสาสมัครลงพื้นที่
โดยในปีที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรม “ โครงการพู่กันสีเขียว ครั้งที่ 1 พาน้องเที่ยวทะเล “ มาแล้วเมื่อวันที่ 19 –20 พฤศจิกายน 2548 เป็นการนำเด็กกำพร้าจากสมาคมเด็กกำพร้าแห่งประเทศไทย จำนวน 30 คน ไปเปิดห้องเรียนธรรมชาติ ที่ หาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ซึ่งในช่วงเวลา 2 วันดังกล่าวก็มีกิจกรรมหลายอย่างผ่านวิธีการสอนวาดภาพเพื่อนำเข้าสู่วัตถุประสงค์ของโครงการ เช่น การแวะวาดภาพสัตว์ต่างๆด้วยสีเทียนที่ศูนย์อนุบาลสัตว์ป่า เขาลูกช้าง , การสอนวาดภาพทิวทัศน์ทะเล และ ธรรมชาติโดยรอบด้วยเทคนิคสีน้ำ , การทำกิจกรรมรอบกองไฟ และ การทำพิธีบายศรีสู่ขวัญให้เด็กๆ เป็นต้น ทั้งนี้ผลที่ได้รับเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ส่งผลความสุขใจให้ทั้งอาสาสมัครผู้ให้ และ เด็กกำพร้าผู้รับทุกคน ซึ่งเป็นแรงผลักดันที่ดีเยี่ยมให้มูลนิธิฯสานต่อกิจกรรมดังกล่าวต่อไปทุกปี

โครงการประสานความร่วมมือกับมูลนิธิอื่นๆที่ทำงานสอดคล้องกัน

เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความคิดที่ว่า หนึ่งในหน้าที่และวัตถุประสงค์ของมูลนิธิทั่วไปควรจะสามารถประสานงานเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันได้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการทำงานร่วมมือกันซึ่งจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดต่อสังคม ดังนั้นทางมูลนิธิฯจึงได้เข้าไปติดต่อ หรือ เปิดรับการนำเสนอของมูลนิธิอื่นที่มีโครงการเกี่ยวกับเด็กซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของมูลนิธิเด็กตัวเล็ก ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการทำงานร่วมกัน คือ
ท โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชนชาวไทยภูเขาทางภาคเหนือ ทั้งหมด 117 แห่ง
เป็นการประสานความร่วมมือกับมูลนิธิโครงการหลวง เน้นการช่วยเหลือขั้นพื้นฐานก่อนเป็นระยะแรก
ในพื้นที่ทุรกันดารที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิโครงการหลวง เช่น การสนับสนุนเครื่องนอน เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์การเรียน สื่อการสอน อุปกรณ์เด็กเล่นม้าโยกไม้เพื่อการพัฒนาของเด็กเล็ก เป็นต้น ซึ่งทางมูลนิธิฯได้เริ่มทำงานสำรวจพื้นที่และรวบรวมความต้องการทั้งหมดมาแล้วตั้งแต่ปี 2547 และเริ่มเข้าพื้นที่ส่งมอบสิ่งของไปแล้วในปี 2548 และ ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวน 48 ศูนย์ ยังไม่แล้วเสร็จอีกประมาณ 60 กว่าศูนย์ โดยคาดว่าน่าแล้วเสร็จในราวปี พ.ศ.2550 ซึ่งถือเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจในระยะแรกเท่านั้น และยังมีความเป็นไปได้ที่จะประสานต่อในเรื่องการส่งเสริมสุขอนามัยของเด็กเล็กในพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิโครงการหลวงต่อไป
ท โครงการค่ายเยาวชนกระทิงน้อย
เป็นการร่วมมือกันระหว่างมูลนิธิเด็กตัวเล็ก กับ มูลนิธิสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระ
บรมราชินูปถัมภ์ เปิดห้องเรียนธรรมชาติ โดยการคัดเลือกเยาวชนที่มีอายุ 12-15 ปี เป็นผู้รักในธรรมชาติ และ ต้องการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม เพื่อมาเข้า “ค่ายเยาวชนกระทิงน้อย” ณ ศูนย์ประสานงานอนุรักษ์ธรรมชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(เขาแผงม้า) อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นระยะเวลา 10 วัน (ช่วงปิดเทอม) ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวเด็กๆจะได้เรียนรู้ธรรมชาติรอบตัวอย่างละเอียด ศึกษาการพึ่งพาอาศัยกันของสัตว์และป่า โดยเฉพาะเรียนรู้เหตุผลของการเติบโตอย่างรวดเร็วของจำนวนกระทิงที่อาศัยอยู่ในบริเวณเขาแผงม้า และ เรียนรู้การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สัตว์ป่า และ ป่าอย่างถูกต้องในฐานะมนุษย์ในสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างบุคคลากรด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืนในอนาคต และ นั่นก็เป็นวัตถุประสงค์ของมูลนิธิสัตว์ป่าและพรรณพืชฯด้วยเช่นกัน ซึ่งในปี พ.ศ.2548 ที่ผ่านมาได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว เป็นจำนวน 2 รุ่น และเป็นผลทำให้เกิดกลุ่มอนุรักษ์รุ่นเยาว์ขึ้นแล้วจำนวน 150 คน นอกจากนี้เด็กๆกลุ่มดังกล่าวได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็น “ชมรมกระทิงน้อย” ขึ้น เพื่อทำงานสร้างเครือค่ายประสานต่อการทำงานด้านอนุรักษ์ขึ้นทั่วประเทศไทย โดยผ่านเว๊ปไซด์ ชื่อ www.kratingnoi.tk จึงนับได้ว่าเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงตามความตั้งใจของทั้งสองมูลนิธิฯ และในปีนี้ก็เช่นกัน “ค่ายเยาวชนกระทิงน้อย ปีที่2” ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งโดยได้เปิดและปิดรับสมัครไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2549 โดยคัดเลือกผ่านการเขียนเรียงความในหัวข้อ “เมื่อฉันเป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม” ซึ่งกำหนดการเข้าค่ายจะแบ่งเป็น 2 รุ่น คือ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม-8 เมษายน 2549 และ ระหว่างวันที่ 17 เมษายน 2549
นอกจากนั้นผลจากการเปิดค่ายเยาวชนกระทิงน้อย ปีที่ 1 ในปี พ.ศ.2548 ที่ผ่านมา
ยังผลให้เกิดกิจกรรมต่อเนื่องโดยการคัดเลือกเยาวชนจำนวนหนึ่งจากจำนวนทั้งหมดที่ผ่านการออกค่ายมาแล้ว 150 คน ร่วมเดินทางไปกับ “โครงการเขาแผงม้า...สู่ อันดามัน ร่วมรำลึก 1 ปีของเหตุการณ์สึนามิ “ ระหว่างวันที่ 9-12 ธันวาคม 2548 วัตถุประสงค์เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้รับทราบผลกระทบหลังเกิดเหตุการณ์ของคลื่นยักษ์สึนามิที่เข้าถล่มทำลายบ้านเรือนอย่างมากมาย รวมถึงเรียนรู้ระบบนิเวศน์ทางทะเล และรับทราบผลเสียหายที่เกิดขึ้นกับแนวประการังใต้น้ำตลอดแนวชายฝั่งอันดามัน เรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนชาวประมงในท้องถิ่น และ ร่วมรำลึก ให้กำลังใจ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเยาวชนในพื้นที่ประสบภัย เพื่อนำไปสู่แนวทางในการป้องกัน หรือ ลดความเสียหายอันเกิดจากภัยธรรมชาติ ด้วยวิธีการช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืนต่อไป

โครงการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสด้านต่างๆ

เป็นโครงการช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาสในด้านต่างๆ เช่น ทุนการศึกษา และ สุขภาพอนามัย เป็นต้น ซึ่งทางมูลนิธิฯจะรับพิจารณาเป็นกรณีไปตามความเหมาะสม โดยปัจจุบันมีโครงการระยะยาวที่ทางมูลนิธิเด็กตัวเล็กรับผิดชอบอยู่แล้ว 1 โครงการ ดังนี้

ท การรับอุปการะดูแลด้านค่ารักษาพยาบาลของเด็กชายอายุ 8 ขวบ คนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคธารัสซีเมีย
เป็นโครงการที่เกี่ยวข้อง กับเด็กชายชาวกระเหรี่ยง ชื่อ ด.ช.เอกราช งามยิ่ง (น้องฉุย) ซึ่งท่านประธาน
มูลนิธิฯไปพบด้วยตนเองขณะเข้าไปเยี่ยมพื้นที่ที่อยู่ลึกบนเขา ณ โรงเรียนบ้านตะเพินคี่ ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2547 ซึ่งมีร่างกายผิดปกติ ต้องทรมานกับอาการหอบ เหนื่อยง่าย ร่างกายเหลือง ซีดทั้งตัว เคยได้รับการรักษาจากอนามัย และ โรงพยาบาลในจังหวัดสุพรรณบุรีแล้ว แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น บริเวณหน้าอกของเด็กเป็นสันแหลมขึ้นเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างเด็กอื่นๆได้ จึงเป็นภาระของครอบครัวเพราะพ่อแม่ของเด็กเป็นชาวกระเหรี่ยงมีอาชีพทำไร่ ยากจนไม่มีค่ารักษาลูกได้เพียงพอ ในขณะนั้นทางมูลนิธิฯพิจารณาแล้วจึงได้นำตัวเด็กพร้อมผู้ปกครองมาตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งที่ โรงพยาบาลด่านช้าง จึงได้ทราบว่าเด็กป่วยเป็นโรคธารัสซีเมียที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จากวันนั้นทางมูลนิธิเด็กตัวเล็กจึงได้เดินทางไป-กลับ จ.สุพรรณบุรี อย่างสม่ำเสมอเพื่อไปรับ-ส่ง น้องฉุยเพื่อมาตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเด็กที่กรุงเทพฯตามกำหนดที่หมอนัด ซึ่งหากมีอาการตัวเหลืองมากก็ต้องมีการให้เลือดเพิ่มเป็นพิเศษ จนถึงวันนี้อาการน้องฉุยดีขึ้นมากด้วยความเอาใจใส่ดูแลจากทุกฝ่าย ทางมูลนิธิฯจึงย้ายน้องฉุยมาให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลด่านช้าง เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปตรวจและรับยามารับประทาน ซึ่งแพทย์แจ้งว่าหากร่างกายเด็กได้รับการตรวจดูแลอย่างสม่ำเสมอแล้ว น้องฉุยก็จะสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติเช่นเดียวกับเด็กทั่วไป โดยมูลนิธิฯยังดูแลเรื่องค่ารักษาตลอดไปซึ่งถือเป็นโครงการช่วยเหลือระยะยาวที่ต้องมีค่าใช้จ่ายพอประมาณ





   
                 

หน้าแรก / หนังสือพิมพ์ / สารบัญเว็บ / โปรแกรม / บอร์ด / ฟังเพลง / หวย / เกมส์ / งานราชการ / สร้างเว็บฟรี / ดูชื่อสกุล / ดูดวงเนื้อคู่
ดูดวง / ฟุตบอล / ของขลัง / มีเกมส์ / วาไรตี้ / คลิปวีดีโอ / รูปดารา / ข่าวบันเทิง / สาระเมล์ / ข่าวฟุตบอล / เว็บไทย / ฟรีเกมส์ / Sitemap