หน้าแรก
ดูดวง เกมส์ หาเพื่อนแฟน ฟังเพลง โหวตภาพ นักเขียน,นิยาย สารบัญเว็บ หางาน บอร์ดชาวสยาม ตลาดสยาม อ่านข่าว ดูทีวี-ฟังวิทยุ Chatroom
ทำบุญออนไลน์ ช่วยชาวสยาม คลิปวีดีโอ รูปดารา บทย่อละครหนัง รวมของฟรี ฝากผ่านเมล์ ฟรีเว็บบอร์ด โปรแกรมเด็ดๆ ทีเด็ดฟุตบอล ดูดวงชื่อสกุล มีเกมส์
Sitemap



รักที่ยิ่งใหญ่ของใครหนึ่งคน

 

 

ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คนฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน

 

 

 

 

อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี แต่ละวัน

 

 

 

 

พ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ

 

 

 

 

วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆ

 

 

 

 

ของฉันมีกัน ...จากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง

 

 

 

 

& gt;…พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพงโดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่ง

 

 

ก้าน

 

>>>"ใครขโมยเงินไป" พ่อตวาด ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป

 

 

 

 

น้องชายฉันก็เช่นกัน พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า "ก็ได้

 

 

 

 

ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพ ก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ"

 

 

 

 

พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น ทันใดนั้น

 

 

 

 

น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้ แล้วพูดว่า

 

 

 

 

"ผมขโมยเองครับ"

 

 

 

 

>>>ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย

 

 

 

 

พ่อนั่งลงบนเก้าอี้ และด่าว่าน้องชายของฉัน "ของคนในบ้านแกเอง

 

 

 

 

แกยังขโมยได้ ต่อไปแกจะทำชั่วอะไรอีก แกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย"

 

 

 

 

คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้ หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด

 

 

 

 

แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง

 

 

 

 

และนานมาก น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า "พี่ครับ

 

 

 

 

ไม่ต้องร้องไห้ นะ มันผ่านไปแล้ว" >>>

 

 

 

 

ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้

 

 

 

 

ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ หลายปีผ่านไป

 

 

 

 

แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง

 

 

 

 

ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย

 

 

 

 

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8 ปี ส่วนฉันอายุ 11 ปี...

 

 

 

 

เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้น เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน

 

 

 

 

ม. ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย

 

 

 

 

ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน >>>

 

 

 

 

คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน

 

 

 

 

ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า "ลูกเราทั้งคู่เรียนดี เรียนดีมากนะ"

 

 

 

 

แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า

 

 

 

 

"แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไร ในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน"

 

 

 

 

ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า

 

 

 

 

"ผมไม่ต้องการเรียนต่อ ผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว"

 

 

 

 

พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่ "ทำไมถึงคิดโง่ๆ

 

 

 

 

อย่างนี้ ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน

 

 

 

 

พ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้" >>>

 

 

 

 

คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ ทั่วทั้งหมู่บ้าน

 

 

 

 

เพื่อขอยืมเงิน ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ ของน้องชายเบาๆ

 

 

 

 

และคิดว่า "ต้องให้น้องได้เรียนต่อ

 

 

 

 

ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไป ได้" >>>

 

 

 

 

แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้

 

 

 

 

ใครจะรู้ได้ ... วันต่อมาในตอนเช้ามืด

 

 

 

 

น้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น

 

 

 

 

และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว

 

 

 

 

ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน ขณะฉันกำลังหลับ "พี่ครับ

 

 

 

 

การจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ... ผมจะไปหางานทำ

 

 

 

 

แล้วจะส่งเงินมาให้พี่" ฉันนั่งอยู่บนเตียง

 

 

 

 

อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า ...

 

 

 

 

ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป >>>

 

 

 

 

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17 ปี ส่วนฉันอายุ 20 ปี .....

 

 

 

 

ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน

 

 

 

 

รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็นกรรมกรแบกหาม

 

 

 

 

ที่ไซท์ก่อสร้าง ... ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3

 

 

 

 

วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก

 

 

 

 

เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า "มีชาวบ้านมาหาเธอ

 

 

 

 

อยู่ข้างนอกแน่ะ" >>>

 

 

 

 

ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ???

 

 

 

 

ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่

 

 

 

 

ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง ...

 

 

 

 

ฉันถามเขาว่า "ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ"

 

 

 

 

น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า "ก็ดูผมสิ สกปรกมอมแมมออกอย่างนี้

 

 

 

 

ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ ก้อได้หัวเราะเยาะพี่กันพอดี" >>>

 

 

 

 

ฉันน้ำตานองหน้า ค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง

 

 

 

 

และพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ"พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไงเธอเป็นน้องของพี่

 

 

 

 

ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม" >>>

 

 

 

 

จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง

 

 

 

 

เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ ... เขาติดกิ๊บให้ฉัน แล้วพูดว่า

 

 

 

 

"ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง"

 

 

 

 

ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด

 

 

 

 

ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน >>>

 

 

 

 

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี ...

 

 

 

 

วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก ฉันสังเกตเห็นว่า

 

 

 

 

หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก

 

 

 

 

หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า

 

 

 

 

"แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก

 

 

 

 

เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ" >>>

 

 

 

 

แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า "แม่ไม่ได้จ้างหรอก น้องชายลูกต่างหาก

 

 

 

 

วันนี้เค้าขอเลิกงานเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน

 

 

 

 

ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ

 

 

 

 

น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ"ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา

 

 

 

 

ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ

 

 

 

 

ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด "เจ็บมากไหม" ฉันถาม >>>

 

 

 

 

"ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ

 

 

 

 

มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด

 

 

 

 

แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ และ..."

 

 

 

 

น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด

 

 

 

 

เพราะฉันหันหน้าหนีเขา

 

 

 

 

น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง>ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี

 

 

 

 

ส่วนฉันอายุ 26 ปี... หลังจากนั้น

 

 

 

 

ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง

 

 

 

 

หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน...

 

 

 

 

แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ >>>

 

 

 

 

ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่ง แต่เมื่อออกไปแล้ว

 

 

 

 

ท่านไม่รู้จะทำอะไรดี จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม

 

 

 

 

น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป ...

 

 

 

 

เขาบอกกับฉันว่า "พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะ

 

 

 

 

ผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง" >>>

 

 

 

 

สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัว

 

 

 

 

เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท ...

 

 

 

 

แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้

 

 

 

 

เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา วันหนึ่ง

 

 

 

 

น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล

 

 

 

 

และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด ... เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล

 

 

 

 

ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล

 

 

 

 

น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา ... ฉันโกรธมาก

 

 

 

 

จึงตวาดน้องไปว่า >>>

 

 

 

 

"ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!!

 

 

 

 

ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆ อย่างนี้ ดูตัวเองซิ

 

 

 

 

เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง"

 

 

 

 

คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียด

 

 

 

 

ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา "พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ

 

 

 

 

พี่เขยเพิ่งจะได้เป็นประธาน ส่วนผมมันการศึกษาต่ำ

 

 

 

 

ถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด" >>>

 

 

 

 

น้ำตาปริ่มดวงตาของฉัน รวมทั้งสามีของฉันด้วย ... ฉันบอกกับน้องว่า

 

 

 

 

"แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่..."

 

 

 

 

"ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ"

 

 

 

 

น้องชายของฉันจับมือฉันไว้ >>>

 

 

 

 

ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี...

 

 

 

 

เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี

 

 

 

 

เขาได้แต่งงานกับสาวชาวนาในหมู่บ้านเดียวกัน ในงานแต่งงาน

 

 

 

 

ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า

 

 

 

 

"ใครคือคนที่คุณรักและเคารพที่สุดในชีวิตนี้"

 

 

 

 

น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล "พี่สาวของผมครับ" ...

 

 

 

 

และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้ >>>

 

 

 

 

"ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง

 

 

 

 

เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2 ชม. เพื่อเดินไปเรียน

 

 

 

 

และเดินกลับบ้าน วันหนึ่งผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง

 

 

 

 

พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง

 

 

 

 

และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้างเดียวเดินเป็นระยะทางไกล

 

 

 

 

เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว

 

 

 

 

เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ ... นับจากวันนั้น

 

 

 

 

ผมสาบานกับตัวเอง ว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี

 

 

 

 

และจะทำดีกับเธอ" >>>

 

 

 

 

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว

 

 

 

 

สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน

 

 

 

 

คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก ..."ในโลกใบนี้

 

 

 

 

คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ"

 

 

 

 

ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้

 

 

 

 

น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง... >>>

 

 

 

 

จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ วันในชีวิตของคุณและเขา

 

 

 

 

คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ

 

 

 

 

แต่สำหรับคนคนนั้น อาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง

 

 

 

 

.....ไม่ว่าเขาคนนั้นจะ คือ พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน

 

 

 

 

หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม >>> >> >

 


ความคิดเห็นที่ 76
ขอบคุณนะคะที่ทำให้วันนี้รู้ว่าอย่างน้อยก็มีรักดีๆ
แจ้งลบ
โดยคุณ คนอ่อนไหว วันที่ 20 ก.ย. 2551 เวลา 12:08:22 น.

ความคิดเห็นที่ 75
ขอบคุณคะสำหรับเรื่องราวดีๆที่เล่า
ตอนนี้ก็กำลังมีเรื่องราวแย่ๆกับแฟนแต่พอคิดถึงน้องชายอย่างในเรื่อง
น้องชายพอจบม .3 ก็บอกกับแม่ว่าให้พี่เรียนผมเรียนไม่เก่งฉันคิดถึงคำนี้ทุกครั้งจากนี้ไปฉันจะไม่ร้อ งไห้ให้กับใครอีก  ขอบคุณที่ทำให้คิดถึงคนในครอบครัวและรักเขาให้มากกว่าเดิม
แจ้งลบ
โดยคุณ คนอ่อนไหว วันที่ 20 ก.ย. 2551 เวลา 12:02:08 น.

ความคิดเห็นที่ 74
อ่านแล้วรู้สึกซึ้งจริงๆน้ำตาไหลออกมาได้ยังงัยความรักที่บริสุทธิ์ความรักที่มากจาก ใจเราไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากมายแค่จริงใจศรัทธากับความรักก็พอ
แจ้งลบ
โดยคุณ joo วันที่ 9 ก.ย. 2551 เวลา 15:01:03 น.

ความคิดเห็นที่ 73
อ่านแล้ว รู้สึก อินกับเรื่องมากครับ ไม่น่าเชื่อว่า ความรักที่บริสุทธิ์ จะกลั้นออกมาเป็นเรื่องราวที่น่าอ่าน ได้ขนาด นี้ ขอบคุณสำหรับเรื่องราว ดีๆๆ ที่มีให้อ่าน ชอบมากครับ
แจ้งลบ
โดยคุณ ชายที่เศร้า วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 18:34:13 น.

ความคิดเห็นที่ 72
อ่านไปน้ำตาไหลตลอดไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำให้ความรู้สึกแบบนี้มันสามารถเกิดขึ้ นได้โดยไม่ต้องมีเรื่องที่เศร้าใจ  เรื่องดีๆ แบบนี้ก็ทำให้เราสามารถร้องได้คุณว่าจริงไหม  มีความสุขจังกับเรื่องดีๆ แบบนี้
แจ้งลบ
โดยคุณ ต้นสน ไข่มุก วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 17:53:40 น.

ความคิดเห็นที่ 71
เรื่องนี้อ่านแล้วซึ้งมากเลยค่ะ  ฉะนั้นอยากบอกทุกคนที่อ่านว่าช่วงเวลาที่เรายังมีชีวิตอยู่อยากจะทำอะไรเพื่อใ ครสักคนก็ขอให้ทำตอนที่ยังมีชีวิตอยู่นะคะก่อนที่มันจะสายเกินไป
แจ้งลบ
โดยคุณ Nu* วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 16:27:39 น.

ความคิดเห็นที่ 70
ซึ้งมากครับ อ่านแล้วน้ำตาไหล
แจ้งลบ
โดยคุณ ผู้ชาย วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 16:27:21 น.

ความคิดเห็นที่ 69
ซึ้งมากเลย..นี่แหละความรักที่บริสุทธิ์....
แจ้งลบ
โดยคุณ pee วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 14:04:01 น.

ความคิดเห็นที่ 68
ซึ้งมากค่ะ  อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย
แจ้งลบ
โดยคุณ sn วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 13:22:57 น.

ความคิดเห็นที่ 67
ฉันก็มีคะ แต่เป็นน้องสาวนะคะ ฉันรักน้องสาวมาก ๆ เขาจะพยายามดูแลทั้งร่างกายและจิตใจของฉันอยู่ตลอดเวลา เวลาฉันลำบากเขาจะคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ เป็นเพราะเราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก และเวลามีใครมารังแกเขา ฉันจะคอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ เขาก็เป็นเหมือน น้องชายในเรื่องเล่านี้แหละ ฉันรักน้องของฉันท่สุดเลย น้อง ชลธิชา  น้อย*ด
แจ้งลบ
โดยคุณ aaaaaaaaa วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 12:58:51 น.

ความคิดเห็นที่ 66
ยกนิ้วให้เรย อ่านแว้วน้ำตาซึมเรย ขอบคุงคะ สำหรับข้อความดีๆๆนะคะ ...ตรงใจเรากะน้องชายเราที่ซู๊ดเรยน้องชายเราก้อรัก เรามากแบบนี้เเระ อ่านแว้วนึกถึงน้องชายที่บ้านสุดๆๆเรยคะ
แจ้งลบ
โดยคุณ ajuney วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 11:26:11 น.

ความคิดเห็นที่ 65
อ่านปาย ก้อกลั้นน้ำตา ตัวเองปายด้วย ซึ้งใจมั่กมั่ก
แจ้งลบ
โดยคุณ yui วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 11:13:08 น.

ความคิดเห็นที่ 64
ผมอยากมีน้องจัง......ผมอ่านแล้วซึ้งมากครับ
แจ้งลบ
โดยคุณ ครูเก๋ง นาแสง วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 10:19:57 น.

ความคิดเห็นที่ 63
ขอบคุณค่ะ..ขอบคุณมาก
แจ้งลบ
โดยคุณ *ip วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 9:45:14 น.

ความคิดเห็นที่ 62
ขอบคุณ
แจ้งลบ
โดยคุณ sa วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 9:09:52 น.

ความคิดเห็นที่ 61
ขอบคุณที่เตือนสติ ให้หันกลับมาดูว่าเราควรรักและดูแลครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้องกันให้มากๆ
แจ้งลบ
โดยคุณ NOF วันที่ 8 ก.ย. 2551 เวลา 9:06:29 น.

ความคิดเห็นที่ 60
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่นำมาให้อ่านนะคะ อ่านเรื่องนี้มาไม่ต่ำกว่าสามรอบ แล้ว แต่อ่านครั้งไหน ก็ร้องไห้ครั้งนั้น ไม่รู้ว่าทำไม ซึ้งใจ ประทับใจ ในความรักของพี่กับน้อง  ขอให้พี่น้องทุกคู่รักกันมากๆ นะคะ
แจ้งลบ
โดยคุณ Cozy วันที่ 7 ก.ย. 2551 เวลา 17:55:53 น.

ความคิดเห็นที่ 59
ความรักของใคก้อไม่เท่ากับคนในครอบตรัวของเราหรอก  คนที่รักเราอ่ะมีจิงซะกี่คนค่ะ  แต่ฉันอ่ะรักคนในครอบครัวมากที่สุดเรยครอบครัวเรามีกาน*คน  ตอนนี้แม่ของฉันก้อเกิดอุบัติเหตุทางรถจักรยานฉันเหงแม่เจ็บฉันก้อเจ็บด้วยถ้า เปงไปได้ฉันอยากให้ความเจ็บนั้นเกิดขึ้นกับฉันมากกว่าเปงแม่ของฉัน ซะอีกกก  น๋รักแม่มากค่ะ
แจ้งลบ
โดยคุณ นุท วันที่ 7 ก.ย. 2551 เวลา 16:58:08 น.

ความคิดเห็นที่ 58
อ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจป็นที่สุด ซึ้งจนร้องไห้เลยค่ะ
แจ้งลบ
โดยคุณ ซึ้งใจจริๆ วันที่ 7 ก.ย. 2551 เวลา 15:08:25 น.

ความคิดเห็นที่ 57
ซึ้งมากอ่านไปร้องไปทำไห้คิดได้ว่าอย่าลืมรักคนข้างๆๆๆๆๆตัวเเละคนที่ทำดีกะเราไห้มา กๆๆๆ
แจ้งลบ
โดยคุณ ออม kawaii2_pi-chan@ho*mail.com วันที่ 7 ก.ย. 2551 เวลา 14:45:06 น.

ความคิดเห็นที่ 56
ซึ้งจังค่ะ
แจ้งลบ
โดยคุณ *234 วันที่ 7 ก.ย. 2551 เวลา 14:30:52 น.

ความคิดเห็นที่ 55
ค่อยๆอ่าน ร้องไห้ตลอดงานเลยครับ ขอบคุณ กับข้อความนี้มากเลย ซึ้งสุดๆ
แจ้งลบ
โดยคุณ น้ำตาลูกผู้ชาย วันที่ 7 ก.ย. 2551 เวลา 13:05:46 น.

ความคิดเห็นที่ 54
ขอบคุณค่ะสำหรับเรื่องดี ๆ น่าอ่านและน่าคิดต่อ ทำต่อนะคะ










แจ้งลบ
โดยคุณ phy วันที่ 7 ก.ย. 2551 เวลา 11:51:43 น.

ความคิดเห็นที่ 53
ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่บอกเล่าเตือนสติคงบางคนที่หลงลืมไปแล้วว่าใครมีความสำคัญกับชี วิตเขาบ้าง
แจ้งลบ
โดยคุณ gad_jun*ug@ho*mail.com วันที่ 6 ก.ย. 2551 เวลา 19:53:12 น.

ความคิดเห็นที่ 52
ซึ้งค่ะ น้ำตาไหลไม่รู้ตัว
แจ้งลบ
โดยคุณ นู๋กี้ วันที่ 6 ก.ย. 2551 เวลา 17:28:53 น.

ความคิดเห็นที่ 51
สุกยอดเลยคับ ขอยกย่อง ในสิ่งที่เขาตั้งใจทำให้กับพี่สาวของเขาด้วย อยากให้ใครๆไกฃด้ลองอ่านดูคับ น้ำตามันคลอ ออกมาจิงๆนะ
แจ้งลบ
โดยคุณ Peck วันที่ 6 ก.ย. 2551 เวลา 15:23:12 น.


ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข่าวนี้
ชื่อ / อีเมล์
Security Code กรอก Security Code
รายละเอียด   
สามารถพิมพ์ข้อความได้อีก ตัวอักษร
 




หน้าแรก
ดูดวง เกมส์ หาเพื่อนแฟน ฟังเพลง โหวตภาพ นักเขียน,นิยาย สารบัญเว็บ หางาน บอร์ดชาวสยาม ตลาดสยาม อ่านข่าว ดูทีวี-ฟังวิทยุ Chatroom
ทำบุญออนไลน์ ช่วยชาวสยาม คลิปวีดีโอ รูปดารา บทย่อละครหนัง รวมของฟรี ฝากผ่านเมล์ ฟรีเว็บบอร์ด โปรแกรมเด็ดๆ ทีเด็ดฟุตบอล ดูดวงชื่อสกุล มีเกมส์
Sitemap